ERP · บทที่ 7 จาก 7 · Inventory & Warehouse Management (Store)

Inventory & Warehouse Management: กระบวนการที่ทุกกระบวนการอื่นพึ่งพา

Fulfillment ต้องรู้ว่ามีของพอส่งไหม Procurement ต้องรู้ว่าของที่สั่งมาถึงหรือยัง Production ต้องรู้ว่าวัตถุดิบพร้อมหรือเปล่า — IWM คือกระบวนการที่ตอบคำถามเหล่านี้ให้ทุกกระบวนการอื่นพร้อมกัน

📚
สังเคราะห์จากเอกสารบรรยาย ERP 7 (Inventory and Warehouse Management) และ Magal & Word บทที่ 7 — บทนี้เป็นบทเดี่ยว (ไม่แยกซับเพจ) เพราะเนื้อหากระชับกว่าบทกระบวนการหลักอื่น แต่เชื่อมโยงกับทุกบทก่อนหน้าอย่างหนาแน่น

1สี่ Goods Movement ที่เป็นแกนของ Inventory Management

เราเห็น goods movement บางส่วนแล้วในบทที่ 4a (Procurement) และ 5b (Production) — บทนี้รวบรวมทั้งสี่ประเภทให้ครบและลงรายละเอียดเชิงบัญชี

ประเภทผลต่อสต็อกตัวอย่างจากกระบวนการอื่น
Goods Receiptเพิ่มสต็อกProcurement รับวัตถุดิบ/trading goods จากซัพพลายเออร์ · Production รับสินค้าสำเร็จรูปจากสายการผลิต
Goods Issueลดสต็อกFulfillment ส่งสินค้าสำเร็จรูป/trading goods ให้ลูกค้าตาม sales order · Production เบิกวัตถุดิบ/สินค้ากึ่งสำเร็จรูปเข้า production order
Stock Transferย้ายตำแหน่ง (ไม่เปลี่ยนปริมาณรวม)ย้ายวัสดุระหว่าง storage location, plant, หรือ company code
Transfer Postingเปลี่ยนสถานะ/ชนิด (อาจไม่มีการเคลื่อนย้ายจริง)เปลี่ยนจาก in quality inspection เป็น unrestricted use

ทั้ง Goods Receipt และ Goods Issue สร้าง material document เสมอ และมักสร้าง financial accounting document ด้วย (Goods Issue ยังอาจสร้าง CO document ด้วยถ้าเชื่อมกับ cost object เช่น production order)

2ข้อมูลองค์กร: Storage Location คือแกนหลัก

Storage Location
องค์ประกอบข้อมูลองค์กรหลักของ Inventory Management คือ Storage Location — ผูกกับ Plant ซึ่งผูกกับ Company Code อีกที (ลำดับชั้นเดียวกับที่เห็นในบทที่ 4a) เพราะ IWM เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้ายวัสดุโดยตรง master data ที่สำคัญที่สุดคือ Material Master โดยเฉพาะ Plant Data/Storage View ที่กล่าวถึงในบทที่ 4a (เงื่อนไขสิ่งแวดล้อม ภาชนะพิเศษ อายุการเก็บรักษา การจัดการพิเศษ)

3Goods Receipt: รับเข้าโดยไม่มีเอกสารอ้างอิง

ปกติ Goods Receipt อ้างอิงเอกสารต้นทาง (PO ใน Procurement, Production Order ใน Production) แต่มีสองสถานการณ์ที่รับเข้าโดยไม่มีเอกสารอ้างอิง:

Initial Receipt of Inventory
การรับเข้าครั้งแรกตอนที่เพิ่งติดตั้งระบบ ERP ใหม่ — ใช้ movement type เฉพาะ เพิ่มปริมาณวัสดุในสต็อก และโพสต์เข้าบัญชี GL ที่เกี่ยวข้อง
Unplanned Receipt
เกิดขึ้นเมื่อไม่มีเอกสารอ้างอิงอย่าง PO หรือ production order เลย เช่น ซัพพลายเออร์ส่งสินค้าตัวอย่างมาให้ฟรี หรือลูกค้าส่งของคืนโดยไม่มีการนัดหมายล่วงหน้า

4Goods Issue: นำออกโดยไม่มีเอกสารอ้างอิง

เช่นเดียวกับ Goods Receipt, Goods Issue ก็เกิดขึ้นแบบไม่มีการอ้างอิง sales order หรือ production order ได้ในสามสถานการณ์:

สถานการณ์คำอธิบาย
Scrapวัสดุที่ใช้งานไม่ได้อีกต่อไปเพราะเก่าหรือล้าสมัย ถูกทิ้งหรือทำลาย
Samplingการทดสอบคุณภาพวัสดุ — ถ้าการทดสอบเป็นแบบทำลาย (destructive) หรือวัสดุมีราคาแพง บริษัทจะทดสอบเพียงตัวอย่างส่วนน้อยแทนที่จะทดสอบทั้งหมด
Internal Consumptionเบิกวัสดุไปใช้ภายใน เช่น เพื่อการวิจัยและพัฒนา (R&D)

5Transfer Postings: เปลี่ยนสถานะ/ชนิด ไม่ใช่แค่ย้ายที่

Transfer Posting ใช้เปลี่ยนสถานะหรือชนิดของวัสดุในสต็อก (recap สี่สถานะจากบทที่ 4a: unrestricted use, in quality inspection, blocked, in transit) — ไม่จำเป็นต้องมีการเคลื่อนย้ายทางกายภาพเลย มีสองรูปแบบพิเศษที่ควรรู้:

Material-to-Material Posting
ใช้เปลี่ยนรหัสวัสดุ (material number) ของวัสดุหนึ่ง — พบบ่อยในอุตสาหกรรมยาและเคมีที่คุณสมบัติของวัสดุเปลี่ยนไปตามเวลา
ตัวอย่าง: การต้มเบียร์
ขั้นตอนหนึ่งในการต้มเบียร์คือต้มและทำให้เย็นเมล็ดธัญพืชกับน้ำ ได้วัสดุที่เรียกว่า Wort — เมื่อผสม wort กับยีสต์และหมักในถังหมัก wort จะกลายเป็นเบียร์ วัสดุหนึ่ง (wort) จึงเปลี่ยนแปลงไปตามเวลาเป็นอีกวัสดุหนึ่ง (beer) บริษัทใช้ transfer posting แบบ material-to-material เปลี่ยนรหัสวัสดุจากรหัสเดิมเป็นรหัสใหม่ด้วย movement type ที่เหมาะสม
Consignment-to-Warehouse Stock Posting
สถานการณ์ที่สองที่ transfer posting ไม่มีการเคลื่อนย้ายทางกายภาพคือกรณี Vendor-Owned Inventory — วัสดุถูกเก็บไว้ในสถานที่ของลูกค้า แต่กรรมสิทธิ์ยังเป็นของซัพพลายเออร์ (พบบ่อยในบริษัทใหญ่อย่าง Walmart) เมื่อ goods receipt ถูกโพสต์ ปริมาณวัสดุในสต็อกเพิ่มขึ้นและสถานะถูกตั้งเป็น Consignment Stock — แต่บริษัทไม่ได้ติดหนี้ซัพพลายเออร์เลย และวัสดุไม่ถูกตีมูลค่าในงบดุลของบริษัท (goods receipt แบบนี้จึงไม่กระทบฐานะการเงินของบริษัทเลย)

6Stock Transfers: ย้ายวัสดุจริงระหว่างหน่วยองค์กร

Stock Transfer ย้ายวัสดุทางกายภาพระหว่างระดับ/ตำแหน่งองค์กร ครอบคลุมสามสถานการณ์: (1) ระหว่าง storage location ภายใน plant เดียวกัน, (2) ระหว่าง plant ภายใน company code เดียวกัน, (3) ระหว่าง plant ที่อยู่คนละ company code — ไม่ว่าจะเป็นระดับไหน มีสามวิธีที่ใช้ย้ายได้: One-Step Procedure, Two-Step Procedure, และ Stock Transport Order

การเคลื่อนย้ายวัสดุมีสองงานย่อยเสมอ
Issue (นำวัสดุออกจากที่ตั้งต้นทาง) และ Receipt (นำวัสดุเข้าที่ตั้งปลายทาง) — ความต่างของ one-step และ two-step อยู่ที่ว่าสองงานนี้ทำพร้อมกันหรือแยกกัน
One-Step Procedure
ทำทั้งสองงาน (issue + receipt) ในขั้นตอนเดียว — ลดปริมาณที่ต้นทางและเพิ่มปริมาณที่ปลายทางพร้อมกันทันที เหมาะเมื่อสองตำแหน่งอยู่ใกล้กันทางกายภาพและไม่มีช่วงเวลาห่างระหว่าง issue กับ receipt อย่างมีนัยสำคัญ
Two-Step Procedure
แยกเป็นสองขั้น: ขั้น issue ลดสต็อกที่ต้นทาง (และเพิ่มปริมาณเท่ากันที่ปลายทางแต่อยู่ในสถานะ In Transit เพราะยังไม่ถึงจริง) ขั้น receipt (ภายหลัง) เปลี่ยนสถานะจาก in transit เป็น unrestricted use (หรือสถานะอื่น) — ใช้เมื่อมีช่วงเวลาห่างระหว่างสองขั้น เช่นตำแหน่งอยู่ห่างกันทางภูมิศาสตร์

เอกสารที่เกิดขึ้น: หนึ่งใบ vs สองใบ

One-Step สร้าง Material Document หนึ่งใบ ที่มีสอง line item ต่อวัสดุที่ย้าย (issue ที่ต้นทาง + receipt ที่ปลายทาง) ส่วน Two-Step สร้าง Material Document สองใบ — ใบแรก (ตอน issue) มีสอง line item (issue ที่ต้นทาง + receipt เข้าสถานะ in-transit) ใบที่สอง (ตอน receipt จริง) มีแค่หนึ่ง line item เพราะการเคลื่อนไหว (จาก in-transit เป็น unrestricted use) เกิดขึ้นที่ปลายทางเพียงจุดเดียว

ผลกระทบทางบัญชี: ขึ้นกับระดับองค์กรที่เกี่ยวข้อง (จุดที่ข้อสอบชอบถาม)

ระดับองค์กรที่เกี่ยวข้องผลกระทบทางบัญชี
Storage Location → Storage Location
(ภายใน plant เดียวกัน)
เพราะวัสดุถูกตีมูลค่าที่ระดับ plant ไม่ใช่ระดับ storage location การย้ายระหว่าง storage location ในภายใน plant เดียวกันไม่กระทบการตีมูลค่า จึงไม่สร้าง FI document — ยกเว้นกรณีวัสดุใช้ Split Valuation (ตีมูลค่าต่างกันตาม valuation type เช่นซื้อจากซัพพลายเออร์ต่างรายหรือผลิตเองกับซื้อมา) แล้วการย้ายทำให้ valuation type เปลี่ยน กรณีนี้จะมีผล FI
Plant → Plant
(ภายใน company code เดียวกัน)
เพราะวัสดุตีมูลค่าที่ระดับ plant การย้ายข้าม plant จึงถือเป็นการเปลี่ยนมูลค่าวัสดุ → มี FI impact เสมอ สร้าง FI document หนึ่งใบ (ในแบบ two-step FI document ถูกสร้างตอน issue เท่านั้น ไม่สร้างซ้ำตอน receipt) — วัสดุถูกตีราคาตาม valuation price ของ plant ต้นทาง (ผู้ส่ง)
Company Code → Company Codeเพราะเป็นสอง legal entity ที่แยกกัน → สร้าง FI document สองใบ (หนึ่งใบต่อ company code) — แต่ละใบมี line item สำหรับบัญชีวัสดุ และอีก line item ที่เป็น offsetting เข้าบัญชี Clearing Account ที่สร้างขึ้นมาเฉพาะสำหรับรองรับการโอนแบบนี้
หลักการจำ: ยิ่งข้ามระดับองค์กรมาก ยิ่งมีผลบัญชีมาก
Storage Location → Storage Location (ไม่ข้าม plant) = ไม่มีผล FI ตามปกติ · Plant → Plant (ข้าม plant แต่ company code เดียวกัน) = มีผล FI หนึ่งใบเสมอ · Company Code → Company Code (ข้ามทั้ง plant และ company code) = มีผล FI สองใบ — ยิ่งข้าม "เขตแดน" ทางบัญชีมากเท่าไร ยิ่งต้องมีเอกสารยืนยันความเคลื่อนไหวของมูลค่ามากขึ้นเท่านั้น

Stock Transport Order: ทางเลือกที่สามที่ครบเครื่องกว่า

การย้ายแบบ one-step/two-step แม้ตรงไปตรงมา แต่มีข้อจำกัดสำคัญสามข้อ: (1) ไม่สามารถคำนึงถึงต้นทุนการขนส่งระหว่าง plant ได้ (2) ไม่สามารถติดตามความคืบหน้าของการโอนย้ายได้ (3) การตีมูลค่าทำได้แค่ตาม book value ของ plant ต้นทางเท่านั้น ไม่ใช่ราคาที่ต่อรอง/เจรจากันระหว่าง plant — Stock Transport Order (STO) คือกลไกที่ออกแบบมาแก้ข้อจำกัดเหล่านี้โดยเฉพาะ ด้วยการใช้กลไกคล้าย Purchase Order (มีการติดตามสถานะ ต้นทุนขนส่ง และราคาที่กำหนดได้) แต่ใช้สำหรับการโอนย้ายวัสดุภายในองค์กรเองแทนการซื้อจากภายนอก

7Integration กับกระบวนการอื่น

กับ Procurement
Goods Receipt ในกระบวนการจัดซื้อ (บทที่ 4b) คือจุดที่ IWM เข้ามาเกี่ยวข้องโดยตรง — สถานะสต็อก (unrestricted/inspection/blocked) ที่กำหนดตอนรับของเป็นข้อมูลของ IWM
กับ Fulfillment
Availability Check ในขั้น Sales Order Processing (บทที่ 3b) ต้องอ่านข้อมูลจาก IWM เพื่อรู้ว่าสินค้าพร้อมส่งหรือไม่ — Goods Issue ตอน shipping ก็คือ goods movement ของ IWM โดยตรง
กับ Production
Goods Issue ของวัตถุดิบเข้าสายผลิต และ Goods Receipt ของสินค้าสำเร็จรูปกลับเข้าคลัง (บทที่ 5b) ล้วนเป็น goods movement ที่ IWM ดูแล

8เชื่อมกับศัพท์ ERP ค่ายอื่นและ Odoo

ศัพท์ SAPศัพท์ทั่วไป / Odoo
Storage LocationWarehouse Location / Storage Location (Odoo ใช้โครงสร้าง Warehouse → Location แบบต้นไม้ที่ยืดหยุ่นกว่า)
Stock Transfer (One-Step/Two-Step)Internal Transfer (Odoo: Stock Picking ประเภท "Internal Transfer" — รองรับ multi-step route ได้ยืดหยุ่นกว่าผ่าน "Push/Pull Rules")
Stock Transport Order (STO)Inter-warehouse Transfer with Route (Odoo: กำหนดผ่าน "Routes" เช่น Cross-Dock หรือ Buy from another warehouse)
Split ValuationLanded Cost / Valuation by Lot (Odoo รองรับผ่านฟีเจอร์ Landed Costs และ FIFO/Lot valuation)

9ทันสมัย: Warehouse Management ยุค 2026

แล้ว · ตำราอ้างอิง
ตอนนี้ · 2026
Picking ทำด้วยมือตาม picking list ที่พิมพ์ออกมา
คลังสินค้าขนาดใหญ่จำนวนมากใช้หุ่นยนต์ (AMR — Autonomous Mobile Robot) และระบบ voice-picking ที่เชื่อมตรงกับ ERP แบบเรียลไทม์ ลดเวลา picking และความผิดพลาด
Stock Transport Order ติดตามสถานะผ่านการอัปเดตในระบบเป็นระยะ
IoT tracking (GPS, RFID) บนพาหนะขนส่งให้ตำแหน่งของ stock-in-transit แบบเรียลไทม์ต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่ ณ จุดเช็คพอยต์
คำถามซ้อมสอบ
  1. อธิบายสี่ goods movement (Goods Receipt, Goods Issue, Stock Transfer, Transfer Posting) พร้อมยกตัวอย่างจากกระบวนการอื่นที่เคยเรียนมา
  2. อธิบาย Material-to-Material Posting พร้อมยกตัวอย่างจากกรณีการต้มเบียร์
  3. อธิบายว่าทำไม Consignment-to-Warehouse Stock Posting ถึงไม่กระทบฐานะการเงินของบริษัทที่รับสินค้า
  4. เปรียบเทียบ One-Step กับ Two-Step Procedure ในการทำ Stock Transfer พร้อมอธิบายจำนวนเอกสารที่เกิดขึ้นในแต่ละแบบ
  5. อธิบายว่าทำไมการโอนย้ายระหว่าง Storage Location ในภายใน plant เดียวกันจึงไม่มีผล FI แต่การโอนย้ายระหว่าง Plant มีผล FI เสมอ
  6. อธิบายข้อจำกัดสามข้อของ one-step/two-step transfer ที่ Stock Transport Order ถูกออกแบบมาแก้ไข