Production: BOM, Work Center และ Routing — สามเสาหลักของการผลิต
ก่อนสั่งผลิตอะไรได้จริง ระบบต้องรู้สามอย่าง: จะผลิตด้วยอะไร (BOM), ที่ไหน (Work Center), และ ทำอย่างไรตามลำดับไหน (Routing) — สามอย่างนี้เชื่อมกันผ่าน Component Assignment
1ประเภทของกระบวนการผลิต
| ประเภท | ลักษณะ | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| Discrete Manufacturing (ผลิตแบบนับหน่วยได้) | แต่ละหน่วยที่ผลิตแยกจากกันชัดเจน นับได้ วัสดุประกอบระบุได้ ผลิตวัสดุต่างชนิดสลับกันเป็นชุด (batch) บนสายการผลิตเดียวกัน | Apple ผลิต Mac หลายรุ่นบนสายเดียวกัน สลับชุดผลิต iMac 21.5" แล้วเปลี่ยนเป็น 27" |
| Repetitive Manufacturing (ผลิตซ้ำต่อเนื่อง) | ผลิตวัสดุชนิดเดียวกันซ้ำ ๆ ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานด้วยอัตราคงที่ — ต่างจาก discrete ตรงที่ไม่ค่อยสลับชนิดวัสดุ | Intel ผลิต microchip รุ่นเดียวต่อเนื่องยาวนานเพราะการสลับสายการผลิตมีต้นทุนสูงมาก (นับสิบล้านดอลลาร์) |
| Process Manufacturing (ผลิตแบบผสมเป็นเนื้อเดียว) | ผลิตเป็นปริมาณรวม (bulk) วัดเป็นหน่วยเช่นแกลลอนหรือลิตร วัสดุประกอบระบุแยกไม่ได้อีกหลังผลิตเพราะถูกผสมรวมกัน | Valero Energy กลั่นน้ำมันดิบเกือบ 3 ล้านบาร์เรลต่อวันในโรงกลั่น 15 แห่ง เดินเครื่องต่อเนื่อง 24/7 |
กลยุทธ์การผลิต: Make-to-Stock vs Make-to-Order
การผลิตถูกกระตุ้นจากความจำเป็นต้องเพิ่มสต็อก — เมื่อสต็อกต่ำกว่าระดับที่กำหนดไว้ล่วงหน้า กระบวนการ MTS จะเริ่มขึ้นแม้ไม่มี customer order รออยู่เลยก็ตาม (ตัวอย่าง: Apple ผลิต Mac เก็บสต็อกไว้ล่วงหน้า)
การผลิตถูกกระตุ้นจากความจำเป็นต้องเติมเต็ม customer order เฉพาะเจาะจง — ไม่เริ่มผลิตจนกว่าลูกค้าจะสั่งจริง (ตัวอย่าง: Dell ประกอบคอมพิวเตอร์ตามสเปกที่ลูกค้าสั่ง)
2Bill of Materials (BOM): รายการวัสดุที่ต้องใช้
สี่ชนิดของ BOM แยกตาม "มุมมอง" การใช้งาน
| ชนิด BOM | มุมมอง | เนื้อหา |
|---|---|---|
| Engineering BOM (EBOM) | การออกแบบ (design) | "as-designed" — ไฟล์ CAD สเปกส่วนประกอบ ข้อมูลออกแบบ คู่มือ ผลการวิเคราะห์ ค่าความคลาดเคลื่อน (tolerance) มาตรฐานต่าง ๆ — ไม่มีข้อมูลว่าชิ้นส่วนสัมพันธ์กันอย่างไรในเชิงประกอบ |
| Manufacturing BOM (MBOM) | การผลิต (manufacturing) | แสดงว่าจะผลิตสินค้าสำเร็จรูปได้อย่างไรด้วยทรัพยากรและส่วนประกอบที่มี ระบุจำนวนชิ้นส่วนที่ประกอบกันเป็นผลิตภัณฑ์สุดท้าย — เชื่อมชิ้นส่วนเข้าด้วยกันในมุมมองการประกอบ ซึ่ง EBOM ไม่มีข้อมูลนี้ (MBOM ถูก derive มาจาก EBOM อีกที) |
| Service BOM | บริการหลังขาย (service) | ข้อมูลบำรุงรักษา อายุการใช้งาน วิธีซ่อม ขั้นตอนประกอบ/ถอด — สร้างตั้งแต่ช่วงออกแบบเพื่อลดเวลาและต้นทุนบริการภายหลัง |
| Sales BOM | การขาย (sales) | แทนสินค้าสำเร็จรูปที่ประกอบได้ ณ ขั้นตอนการขาย — ใช้เมื่อลูกค้าต้องการ variant เฉพาะ (เช่น จักรยาน 350cc ดิสก์เบรก ยางไม่มียางใน สีน้ำเงิน) ฝ่ายขายเปิดดู Sales BOM เพื่อดูว่ามี variant นั้นพร้อมประกอบหรือไม่ |
โครงสร้าง BOM: Header + Items
Header มีข้อมูลที่ใช้กับทั้ง BOM เช่น material number (ของสินค้าสำเร็จรูป/กึ่งสำเร็จรูปที่ BOM นี้อธิบาย), description, plant, usage (BOM นี้ใช้กับกระบวนการไหนได้บ้าง เพราะ BOM เดียวอาจใช้ได้หลายกระบวนการ), validity date (วันที่ BOM มีผล — สำคัญเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการออกแบบในอนาคต BOM เดิมยังใช้ได้จนกว่า BOM ใหม่จะมีผล), status, base quantity Items ระบุวัสดุทั้งหมดที่ต้องใช้ เช่น material number, description, quantity (เช่น จักรยาน 1 คันต้องใช้ wheel assembly 2 ชุด), และ item category
Item Category ใน BOM: เจ็ดชนิด
| รหัส | ชื่อ | ความหมาย |
|---|---|---|
| L | Stock Item | มีการเก็บสต็อก ต้องมี material master |
| N | Nonstock Item | ไม่เก็บสต็อก ไม่ต้องมี material master |
| R | Variable-Size Item | วัสดุที่มีหลายขนาด (เช่น แผ่นโลหะ ผ้า) ใช้ material number เดียวกันแต่ระบุขนาด/มิติที่ต้องการใน BOM |
| T | Text Item | บันทึกโน้ต/ความเห็นในBOM เช่นวิธีใช้วัสดุ หรือข้อกำหนดการประกอบพิเศษ |
| D | Document Item | แนบเอกสาร เช่น แบบวิศวกรรม คำแนะนำการประกอบ ภาพถ่าย |
| K | Class Item | ใช้ใน variant BOM เป็น placeholder ของกลุ่มรายการที่ต้องเลือกจริงตอนใช้งาน (เช่น สีเฟรมจักรยาน — เลือกจริงตอนผลิตหรือตอนขาย) |
| M | Intra Material (Phantom Item) | กลุ่มวัสดุที่ถูกมองรวมเป็นชิ้นเดียวชั่วคราวระหว่างการผลิต แล้วถูก consume ทันทีที่ผลิตต่อ (เช่น ล้อหน้า+ล้อหลังของจักรยานถูกมองเป็น "ชุดล้อ" ชั่วคราว) |
3Work Center: ที่ที่งานเกิดขึ้นจริง
ชื่อ คำอธิบาย ผู้รับผิดชอบดูแล master data และ task list (รายการ operation) ที่ work center นี้ใช้ได้
ค่าตั้งต้นของ operation: control key กำหนดวิธี schedule, วิธีคำนวณต้นทุน, และวิธียืนยัน (confirm) operation — เช่นบังคับให้พิมพ์ยืนยันก่อนทำ operation ถัดไป wage data เชื่อมกับ HCM (payroll)
ปริมาณงานที่ทำได้ในช่วงเวลาที่กำหนด — work center หนึ่งอาจมีมากกว่าหนึ่งทรัพยากร (แรงงาน+เครื่องจักร) โดย scheduling basis เป็นตัวกำหนดว่าจะใช้ capacity ตัวไหนเป็นหลัก
4Product Routing: ลำดับขั้นการผลิต
สามองค์ประกอบเวลา (Time Elements)
| องค์ประกอบ | ความหมาย | Fixed หรือ Variable |
|---|---|---|
| Setup Time | เวลาตั้งค่า work center และอุปกรณ์ | มักเป็น Fixed — ใช้เวลาเท่ากันไม่ว่าจะผลิต 10 หรือ 15 หน่วย (เช่น material staging) |
| Processing Time | เวลาเครื่องจักรทำงาน (machine time) และเวลาแรงงาน (labor time) | มักเป็น Variable — แปรผันตามจำนวนหน่วยที่ผลิต |
| Teardown Time | เวลาคืนสภาพเครื่องจักรกลับสู่สถานะเดิมก่อน setup | ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ |
Component Assignment: จุดเชื่อม BOM กับ Routing
Routing บอกว่า "ผลิตอย่างไร" ส่วน BOM บอกว่า "ใช้วัสดุอะไร" — ความสัมพันธ์ระหว่างสองอย่างนี้กำหนดผ่าน Component Assignment ซึ่งเป็นเทคนิคที่ผูกส่วนประกอบใน BOM เข้ากับ routing หรือกับ operation เฉพาะภายใน routing นั้น
Production Capacity คือหน่วยวัดว่า plant หนึ่งผลิตวัสดุได้กี่หน่วยในกรอบเวลาหนึ่ง ๆ ซึ่งคำนวณจากข้อมูลใน BOM, Work Center, และ Routing ร่วมกัน (เช่น plant หนึ่งผลิตได้ทั้งวันละ 15 คัน หรือ 10 คัน + wheel assembly 50 ชุด ขึ้นกับว่าจัดสรร capacity แบบไหน)
5Material Master ในมุมมองการผลิต และ Production Resource Tools
สอง view ที่เกี่ยวข้องกับ Production คือ Material Requirements Planning (MRP) View และ Work Scheduling View — ทั้งสอง view กำหนดที่ระดับ plant (รายละเอียดของ MRP View จะขยายในบทที่ 5b)
6เชื่อมกับศัพท์ ERP ค่ายอื่นและ Odoo
| ศัพท์ SAP | ศัพท์ทั่วไป / Odoo |
|---|---|
| Bill of Materials (BOM) | Bill of Materials (Odoo ใช้ชื่อเดียวกัน — module Manufacturing) |
| Work Center | Work Center (Odoo ใช้ชื่อเดียวกัน ผูกกับ "Workcenter Efficiency" และ Operations Type) |
| Product Routing | Routing / Operations (ใน Odoo ฝังอยู่ใน BOM โดยตรงเป็นแท็บ "Operations" ไม่ใช่ object แยก) |
| Production Order | Manufacturing Order (MO) |
- อธิบายความแตกต่างระหว่าง Discrete, Repetitive, และ Process Manufacturing พร้อมยกตัวอย่างบริษัทของแต่ละแบบ
- เปรียบเทียบ EBOM กับ MBOM — อธิบายว่า MBOM มีข้อมูลอะไรที่ EBOM ไม่มี และทำไม
- อธิบาย Item Category ทั้งเจ็ดชนิดใน BOM (L, N, R, T, D, K, M) พร้อมยกตัวอย่างของแต่ละชนิด
- อธิบายความสัมพันธ์ระหว่าง BOM, Work Center, และ Routing ผ่านแนวคิด Component Assignment
- อธิบาย Fixed Time Element กับ Variable Time Element พร้อมยกตัวอย่างจากกระบวนการผลิตจักรยาน
- อธิบายว่าทำไม Work Center ถึงต้องผูกกับ Cost Center เสมอ