จาก Likert Scale สู่ Forced Choice
EBI จึงไม่ถามให้ให้คะแนนความเห็นด้วย แต่สร้างสถานการณ์และให้เลือกตัวเลือกที่ใกล้กับตนเองที่สุด ทุกตัวเลือกถูกออกแบบให้สมเหตุสมผล ไม่มีตัวเลือกที่ถูกหรือผิด
EBI เริ่มจากคำถามง่าย ๆ แต่ตอบยาก: ถ้าครูสองคนสอนเรื่องเดียวกัน แต่เลือกวิธีสอนต่างกัน ทั้งคู่กำลังใช้เหตุผลแบบใดอยู่เบื้องหลัง?
การถามว่า “คุณเห็นด้วยกับแนวคิดนี้หรือไม่” มักทำให้ทุกแนวคิดดูดีพร้อมกันหมด เพราะในเชิงอุดมคติ ครูส่วนใหญ่อาจเห็นด้วยกับการฝึกฝน ความเข้าใจ การสร้างความหมาย การเติบโตของผู้เรียน และการปรับตามบริบทพร้อมกันได้
EBI จึงไม่ถามให้ให้คะแนนความเห็นด้วย แต่สร้างสถานการณ์และให้เลือกตัวเลือกที่ใกล้กับตนเองที่สุด ทุกตัวเลือกถูกออกแบบให้สมเหตุสมผล ไม่มีตัวเลือกที่ถูกหรือผิด
ถ้าผู้ตอบรู้ว่าตัวเลือกใดแทนสำนักคิดใด เขาอาจเลือกคำตอบที่อยากเป็นมากกว่าคำตอบที่สะท้อนตนเอง EBI จึงแสดงเป็นสถานการณ์ ไม่แสดง label ทางทฤษฎีระหว่างทำแบบสำรวจ
คำถาม 25 ข้อแรกครอบคลุม 5 domains ได้แก่ Learning, Knowledge, Teacher, Learner และ Educational Decision แต่ละ domain มี 5 สถานการณ์ เพื่อดูว่าผู้ตอบมีแนวโน้มใช้กรอบคิดใดเมื่อไม่มีข้อจำกัดเพิ่มเติม
คำถามอีก 25 ข้อไม่ได้มีไว้เพื่อเพิ่มจำนวนข้อ แต่มีไว้เพื่อดูการย้ายกรอบคิด เมื่อ belief หนึ่งไม่อยู่ในตัวเลือก ผู้ตอบจะเลือกอะไรแทน วิธีนี้ทำให้เราเห็น Belief Migration ไม่ใช่แค่ Belief Score
EBA วิเคราะห์มากกว่า dominant belief โดยเพิ่ม BCI, Tension Matrix, Migration Graph, Network, Consistency, Entropy และ Elasticity เพื่อดูว่าระบบความเชื่อมีความสอดคล้อง ตึงเครียด ยืดหยุ่น หรือกระจายเพียงใด
เวอร์ชันนี้ยังเป็น proof-of-concept ไม่ใช่เครื่องมือวัดเชิงจิตวิทยาที่ผ่านการ validate อย่างเป็นทางการ จึงควรใช้เพื่อ self-reflection, faculty development conversation และ exploratory research มากกว่าการประเมินหรือตัดสินบุคคล