Procurement: หกขั้นตอนจาก Requisition ถึง Payment
Requirements Determination → Source of Supply → Order Processing → Goods Receipt → Invoice Verification → Payment — กระบวนการที่เป็นภาพสะท้อนของ Fulfillment แทบทุกจุด เพราะบริษัทหนึ่งซื้อ คือบริษัทอีกฝั่งขาย
1ภาพรวม: หกขั้นตอนของ Procurement
2Requirements Determination
ตัวกระตุ้นมักมาจาก Material Planning process แต่ก็มาจาก Production หรือ Plant Maintenance ได้เช่นกัน (เช่นต้องซื้อ non-stock item/บริการจากภายนอก หรือส่งชิ้นส่วนไปซ่อมภายนอกซึ่งสร้าง requirement แบบ subcontracted item) ข้อมูลที่ต้องระบุคือ item category, ปริมาณ, วันส่งมอบที่ต้องการ, และ receiving plant — สำหรับ stock item ต้องมี material number ด้วย ระบบจะดึงคำอธิบาย material group purchasing group หน่วยนับ และราคาตีมูลค่าจาก material master โดยอัตโนมัติ
3Source of Supply Determination
บริษัทเลือกซัพพลายเออร์จาก Source List — ถ้ามีซัพพลายเออร์เดียวในลิสต์ ระบบผูก requisition ให้อัตโนมัติ แต่ถ้ามีหลายราย ระบบแสดงตัวเลือกให้ผู้ใช้เลือก อีกทางเลือกคือใช้ Outline Purchase Agreement ซึ่งเป็นข้อตกลงระยะยาวกับซัพพลายเออร์ แบ่งเป็นสองแบบ:
ในช่วงอายุสัญญา บริษัทสามารถ "เรียกใช้" (call off) ปริมาณหรือบริการตามที่ต้องการเป็นครั้งคราวผ่านการออก PO — PO ที่ออกภายใต้สัญญานี้เรียกว่า Contract Release Order (Release Order)
ปริมาณรวมของวัสดุตามข้อตกลงถูกกระจายส่งมอบตามตารางเวลาที่กำหนดไว้ล่วงหน้า (delivery schedule) — ระบุปริมาณคู่กับวันส่งมอบตามแผนแต่ละงวด
4Order Processing
Purchase Order (PO) คือการสื่อสารที่ส่งไปยังซัพพลายเออร์ ซึ่งบริษัทผูกพันตัวเองว่าจะซื้อวัสดุที่ระบุตามเงื่อนไขที่ระบุ — PO มักสร้างโดยอ้างอิงจาก requisition, RFQ (Request for Quotation), quotation, หรือแม้แต่ PO เดิม ก็สร้าง PO ใหม่ได้ (ข้อมูลส่วนใหญ่จะถูกคัดลอกมาอัตโนมัติ) หรือจะสร้างโดยไม่อ้างอิงเอกสารใดเลยก็ได้ (กรอกข้อมูลเองทั้งหมด)
PO ประกอบด้วย Header (เลขที่ PO, ซัพพลายเออร์, สกุลเงิน, วันที่, เงื่อนไขการชำระเงิน — ใช้กับทุก item ในเอกสาร) และ Item Details (รหัสวัสดุ คำอธิบาย ปริมาณ วันส่งมอบ ราคา ต่อรายการ) — งานหลักของขั้นนี้คือสร้างและส่ง PO ให้ซัพพลายเออร์ ซึ่งอาจรวมถึงการเลือกซัพพลายเออร์และยืนยันรายละเอียดโลจิสติกส์ด้วย
5Goods Receipt
วัสดุมาพร้อม Delivery Document (หรือเรียกว่า Packing List) ที่ระบุวัสดุในการส่งมอบและ PO ที่เกี่ยวข้อง — ผู้รับใช้เอกสารนี้ตรวจสอบว่าได้รับวัสดุถูกต้องครบถ้วน PO หนึ่งใบอาจถูกส่งมอบหลายรอบ (bulky/quantity มาก) หรือหลาย PO อาจถูกส่งมารวมในการจัดส่งเดียวก็ได้
เมื่อจับคู่การส่งมอบกับ PO ระบบจะคัดลอกข้อมูลวัสดุและปริมาณจาก PO เข้าสู่ goods receipt document อัตโนมัติ (แก้ไขได้ถ้าปริมาณที่ได้รับจริงต่างจากที่สั่ง) — บริษัทรับของโดยไม่มี PO อ้างอิงก็ได้ แต่จะเสียประโยชน์เหล่านี้ไป
สถานะสต็อกที่กำหนดตอนรับของ
ค่าเริ่มต้นคือรับเข้า Unrestricted Use — แต่ถ้า material master ตั้งค่า "post to inspection stock" ไว้ (สำหรับวัสดุที่ต้องตรวจสอบคุณภาพเป็นประจำ) จะเข้าสถานะ In Quality Inspection อัตโนมัติ หรือถ้าตรวจสอบเฉพาะกรณีพิเศษ ก็ระบุสถานะได้ตอนสร้าง PO หรือตอน goods receipt เอง สุดท้าย ถ้าวัสดุไม่ตรงกับที่สั่งหรือมีปัญหา ก็กำหนดเป็น Blocked Stock ได้
6Invoice Verification: หัวใจของการควบคุมการจ่ายเงิน
ผู้ใช้ป้อนข้อมูลจากใบแจ้งหนี้ (ซัพพลายเออร์ วันที่ ยอดเงิน) พร้อมเลขที่ PO ระบบดึงข้อมูล PO (ซัพพลายเออร์ วัสดุ ปริมาณ ราคา) และข้อมูล goods receipt มาเทียบ หากตรงกันทั้งหมดผู้ใช้อนุมัติใบแจ้งหนี้ได้ทันที หากมีความคลาดเคลื่อนต้องมีขั้นตอนตรวจสอบเพิ่มเติม
7Payment Processing
การชำระเงินทำได้ทั้งแบบ manual หรือผ่าน Payment Program อัตโนมัติที่รันเป็นรอบ (รายวัน/รายสัปดาห์) ดึง invoice ที่อนุมัติแล้วในกรอบเวลาที่กำหนดมาสร้างการชำระเงินอัตโนมัติ ขั้นตอนประกอบด้วย: เลือกวิธีชำระและธนาคาร, ตัดสินใจว่า invoice ไหนพร้อมจ่าย, คำนวณยอดจ่าย (รวมส่วนลดถ้าจ่ายทันตามเงื่อนไข เช่น 2%/10 Net 30 หมายถึงได้ส่วนลด 2% ถ้าจ่ายภายใน 10 วัน), บันทึกเอกสารการจ่าย, และพิมพ์/ส่งช่องทางการจ่ายเงิน
8Integration กับกระบวนการอื่น
Vendor master ดูแลร่วมกันโดยฝ่ายจัดซื้อและฝ่ายบัญชี ขั้น goods receipt, invoice verification, payment ล้วนกระทบ GL — เมื่อซื้อวัสดุสิ้นเปลือง ใช้ controlling object เช่น cost center เพื่อเรียกเก็บค่าใช้จ่ายกับแผนกที่เกี่ยวข้อง (เชื่อมกับ CO)
กิจกรรมในกระบวนการเหล่านี้เป็นตัวสร้าง purchase requisition ที่ Procurement ประมวลผลต่อ — object ในกระบวนการเหล่านั้น (sales order, production order) จะถูกเรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากการซื้อวัสดุนี้
Procurement เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้ายวัสดุและการตรวจสอบคุณภาพ ซึ่งเป็นขอบเขตของ IWM โดยตรง
9การรายงานและ Purchasing Information System
Key Figures ที่ใช้ในรายงานฝั่งจัดซื้อครอบคลุม: ปริมาณ (quantity สั่ง/รับ), มูลค่า (value ของวัสดุที่สั่ง/รับ), และจำนวนนับ (count เช่นจำนวน PO) — ตัวอย่างข้อมูลเชิงวิเคราะห์ที่นิยมดู ได้แก่ ปริมาณวัสดุที่สั่งใน 30 วันล่าสุด, ปริมาณที่ส่งมอบโดยซัพพลายเออร์รายหนึ่งในสัปดาห์ที่ผ่านมา, จำนวน PO ที่ส่งให้ซัพพลายเออร์รายหนึ่งในเดือนที่ผ่านมา, เวลาเฉลี่ยระหว่างส่ง PO กับได้รับวัสดุต่อซัพพลายเออร์แต่ละราย (lead time performance), และมูลค่าเฉลี่ยของ PO ที่ส่งให้ซัพพลายเออร์รายหนึ่งในไตรมาสที่ผ่านมา
เช่นเดียวกับบทที่ 2 การวิเคราะห์แบ่งเป็น Standard Analysis (รายงานสำเร็จรูป เช่น เปรียบเทียบ purchasing group สองกลุ่มพร้อม drill-down ไปดูซัพพลายเออร์แต่ละราย) และ Flexible Analysis (ผู้ใช้กำหนดเองว่าจะรวม characteristic ใด เช่น vendor, material, month เข้ากับ key figure ใด เช่น order value, จำนวน item)
10เชื่อมกับศัพท์ ERP ค่ายอื่นและ Odoo
| ศัพท์ SAP | ศัพท์ทั่วไป / Odoo |
|---|---|
| Purchase Requisition | Purchase Request (Odoo: ไม่มี object แยก มักข้ามไปสร้าง RFQ ตรง หรือใช้ module เสริม) |
| Purchase Order | Purchase Order (Odoo ใช้ชื่อเดียวกัน — แปลงมาจาก RFQ ที่ยืนยันแล้ว) |
| Goods Receipt | Receipt / Incoming Shipment (Odoo: Stock Picking ประเภท "Receipt") |
| Invoice Verification / Three-Way Match | Bill Matching / Vendor Bill Validation (Odoo: จับคู่ PO ↔ Receipt ↔ Vendor Bill ผ่านฟีเจอร์ "Bill Control") |
11ทันสมัย: Procurement ยุค 2026
- เรียงลำดับหกขั้นตอนของ Procurement และอธิบายว่าแต่ละขั้นสร้างเอกสารอะไร
- อธิบายว่าทำไม Requisition ไม่มีผลทางบัญชี แต่ Goods Receipt มีผล
- อธิบาย Three-Way Match ว่าจับคู่เอกสารอะไรบ้าง และเปรียบเทียบกับ Two-Way Match
- เปรียบเทียบ Contract กับ Scheduling Agreement ในฐานะ Outline Purchase Agreement สองแบบ
- อธิบายการลงบัญชีของ Goods Receipt และ Invoice Verification ทีละขั้น พร้อมระบุว่าบัญชี GR/IR ถูกเดบิตหรือเครดิตในแต่ละขั้น
- อธิบายว่าทำไมทิศทางเดบิต/เครดิตของ Payment ใน Procurement จึงตรงข้ามกับ Payment ใน Fulfillment